Article

SHARE

6 เหตุผลทำไมถึงหมักผมไม่ติด

สาเหตุที่บางครั้งทำไมเราถึงหมักผมลูกค้าไม่ติด หรือลูกค้ามา 10 ท่าน หมักติดแค่ 6 ท่าน ที่เหลือหมักไม่ติด

1. เกิดจากสภาพหนังศรีษะลูกค้ามีการอักเสบ แดง  และร้อนจากใต้ผิวหนัง จะทำให้หมักแล้วไม่ค่อยติด

2. เกิดจากความมันของเส้นผมที่เกิดจากชั้นใต้.  ผิวผลิตน้ำมันขึ้นมาเคลือบเส้นผมเอาไว้ทำให้หมักไม่ติด ( บางท่านว่าพึ่งสระผมมาหนังศีรษะไม่มัน ทำไมยังหมักไม่ติด เกิดจากการที่ใช้แชมพูที่มีสารชะล้างอ่อนโยน(ซึ่งดีแล้ว) ทำให้บางครั้งล้างนำ้มันที่เคลือบเส้นผมออกไม่หมด ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมหมักไม่ติด)

3. เกิดจากการที่ลูกค้าไม่ทำตามที่เราแนะนำไป ยังแอบใช้ครีมนวด ยังแอบไม่ทำทรีทเม้นท์อยู่ ก็ทำให้หมักไม่ติด เนื่องจากหนังศีรษะยังล๊อคตรึงด้วยสารเคมีอยู่ ต้องให้หมักไพร/นำ้ผึ้งไปก่อนค่ะ. (บางท่านเราสระผมและพอเราเป่าผมให้ลูกค้าจะได้กลิ่นออกมาจากหนังศีรษะเลยว่าลูกค้าแอบไปใช้แชมพูหรือทำทรีทเมนท์อะไรมาบ้าง บางทีกลิ่น รีจอยซ์ ซันซิลขึ้นมาเลย แต่ถ้าใช้ของเราก็จะเป็นกลิ่นสมุนไพรออกมาจากหนังศีรษะของลูกค้าเลย)

4. เกิดจากลูกค้าไม่ทำต่อเนื่องเว้นการหมักนานจนเกินไป.  และไม่มีการใส่ไพรเพื่อปรับสภาพใต้ผิว เน้นแต่ปิดผมขาวเพียงอย่างเดียว ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าตั้งแต่แรกว่าเราเน้นที่หนังศีรษะ

5. เกิดจากการผสมครีมที่เหลวจนเกินไป  เก็บรักษาครีมที่ผิดวิธี  การเก็บครีมที่ถูกต้องคือ ดำ/ว่าน/ประคำ ให้ผสมใช้หัวต่อหัว ที่เหลือเก็บในตู้เย็นตลอด เนื่องจากครีมเมื่อถูกอากาศนานจะเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้ลดประสิทธิภาพของครีมหมักลงไปประมาณ 10%/ // แต่มะขามป้อมสามารถผสมทิ้งไว้ได้เลย เฉพาะมะขามป้อมเวลาผสมห้ามใช้นำ้ร้อนผสม ให้ใช้นำ้ตามอุณหภูมิปกติเท่านั้น

6. บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุที่สระผมแล้วเป่าหนังศีรษะไม่แห้งสนิดก็เป็นสาเหตุให้หมักแล้วไม่ติด เนื่องจากยังมีความชื้นใต้ผิวอยู่

สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าและทางสาขาตลอด ดังนั้นเราต้องอธิบายและทำความเข้าใจกับลูกค้าก่อน เพื่อที่เราจะได้ไม่มีปัญหาการหมักไม่ติด

ส่วนการที่มีการหมักแค่เพียง 2-3 ชม. ก็สามารถล้างได้นั้น ของเราก็สามารถล้างได้แต่เสียดายยาที่หมักไป 
และการทำงานของตัวยายังไม่ได้ทำปฎิกิริยากับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ตัวอย่างเช่น เราไปหาหมอแม๊ะจีน เค้าก็จะจัดยาให้เรามาตุ๊นไฟอ่อนๆค้างคืน จากนำ้เต็มหม้อต้มจนเหลือนำ้แค่แก้วเดียว จึงจะทานได้.....
ส่วนของเราจะใช้ความร้อนจากหนังศีรษะเป็นตัวตุ๊นตัวยา เพราะร่างกายคนเราจะขับความร้อนจากล่างขึ้นสู่บน สังเกตเวลาเราเดินหรือวิ่งใช้พลังงานเยอะ หนังศรีษะจะร้อนก่อน จนบางท่านหัวแฉะเลยทีเดียว นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงต้องหมักถึง 6 ชม. นั่นคือการตุ๊นสมุนไพรโดยใช้ความร้อนจากหนังศีรษะของเราแทนหม้อตุ๊นนั่นเอง
 
จำไว้เสมอว่าถ้าลูกค้าเดินเข้ามาที่มามะสมุนไพร นั่นย่อมหมายถึงลูกค้าต้องการปฎิเสธเคมี  ไม่อย่างนั้นลูกค้าคงเลือกที่จะไปซื้อบีเง็นตามเซเว่นราคาไม่กี่สิบบาทไปโกรกย้อมเองที่บ้านก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาใช้บริการที่เรา สุดท้ายอยู่ที่ลูกค้าเลือก และอยู่ที่การอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ

บางท่านว่าหมักนานขนาดนี้ ตัวยาไม่ไปบูดเน่าในหนังศรีษะเหรอ? ตอบว่า: นี่คือสมุนไพรนะค่ะต้องใช้เวลาในการทำปฎิกิริยา อาจจะช้าแต่ยังไงก็ละมุนละม่อมค่อยเป็นค่อยไปกว่าสารเคมี และสมุนไพรไม่ใช่หมูเห็ดเป็ดไก่ เป็นสมุนไพรที่ผ่านการฆ่าเชื้อและอบแห้งด้วยกรรมวิธีของเรา จึงไม่เน่าบูดแน่นอน

หมายเหตุ: สมุนไพรธรรมชาติ // สีและกลิ่นคุณลักษณะของตัวยาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามธรรมชาติ แต่คุณภาพคงเดิม
Date : 18 July 2017

Other Article